เพราะเมสซี่หรือแท็กติก? ฮาคิมี่เปิดใจช่วงเวลาสุดอึดอัดในปารีส

🔥 ฮาคิมี่เปิดใจ! เผยเหตุผลไม่แฮปปี้เล่นร่วมกับเมสซี่ที่ PSG จนรู้สึกเป็นแค่ตัวประกอบ

อัชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาตัวเก่งของปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดเผยเบื้องหลังช่วงเวลาที่ลงเล่นร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ โดยยอมรับว่าไม่มีความสุขกับบทบาทของตัวเอง หลังทีมปรับเปลี่ยนแท็กติกเพื่อรองรับซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ จนทำให้ไม่สามารถโชว์จุดเด่นในเกมรุกได้อย่างเต็มที่

อัชราฟ ฮาคิมี่ แนวรับทีมชาติโมร็อกโก ออกมาเปิดใจถึงช่วงเวลาที่ค้าแข้งร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับตัวเอง เนื่องจากรูปแบบการเล่นของทีมเปลี่ยนไปหลังการมาถึงของเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 8 สมัย

ย้อนกลับไปในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 เปแอสเชสร้างความฮือฮาในตลาดซื้อขายนักเตะ ด้วยการคว้าฮาคิมี่มาจากอินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 68 ล้านยูโร ก่อนที่เมสซี่จะย้ายมาร่วมทีมในเวลาต่อมา

นอกจากสองแข้งดังกล่าว สโมสรยังเสริมทัพด้วยผู้เล่นชื่อดังอีกหลายราย ไม่ว่าจะเป็น นูโน่ เมนเดส, ดานิโล่ เปเรยร่า, จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม และเซร์คิโอ รามอส

การมาของเมสซี่ทำให้แฟนบอลคาดหวังว่าเขาจะผนึกกำลังกับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และเนย์มาร์ เพื่อพาเปแอสเชคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

อย่างไรก็ตาม แม้เมสซี่จะทำผลงานส่วนตัวด้วยการยิง 32 ประตู และทำอีก 35 แอสซิสต์ จากการลงเล่นสองฤดูกาล แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้ ก่อนย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ ไมอามี่ ในปี 2023

ฮาคิมี่รับตรง ๆ ทีมเปลี่ยนสไตล์หลังเมสซี่เข้ามา

ฮาคิมี่ให้สัมภาษณ์ผ่านพอดแคสต์ THE BRIDGE ถึงช่วงเวลาที่ลงเล่นร่วมกับเมสซี่ว่า การมาถึงของดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ส่งผลให้แนวทางการทำทีมของเปแอสเชเปลี่ยนไป รวมถึงรูปแบบการเล่นที่แตกต่างจากเดิม

“ทันทีที่เมสซี่เข้ามา โปรเจกต์ของปารีส แซงต์-แชร์กแมงก็เปลี่ยนไป และสไตล์การเล่นของทีมก็เปลี่ยนตามไปด้วย เราต้องเล่นในรูปแบบที่แตกต่างออกไป และผมไม่ได้สนุกกับมันเลย”

“ผมไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก อย่างการเติมเกมรุกและการรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ผมรู้สึกเหมือนเป็นเพียงนักเตะตัวประกอบ และจำได้ว่าตอนนั้นผมเริ่มคิดถึงสถานการณ์ของตัวเองกับทีมชาติโมร็อกโก ที่ซึ่งผมได้รับการปฏิบัติในฐานะผู้เล่นคนสำคัญ”

เจ้าตัวยังยอมรับด้วยว่าช่วงเวลาดังกล่าวส่งผลต่อสภาพจิตใจและฟอร์มการเล่นของตัวเองไม่น้อย เพราะแฟนบอลเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมผลงานเมื่อเล่นให้ทีมชาติจึงแตกต่างจากตอนลงสนามให้เปแอสเช

ฮาคิมี่อธิบายว่า การถูกวิจารณ์โดยที่หลายคนไม่เข้าใจความแตกต่างของบทบาทและระบบการเล่น ทำให้เขาต้องเผชิญกับความกดดันอย่างหนัก

ยุคหลุยส์ เอ็นริเก้ ปลดล็อกฮาคิมี่ จนก้าวสู่ระดับท็อป

สถานการณ์ของฮาคิมี่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนหลัง หลุยส์ เอ็นริเก้ เข้ามารับหน้าที่กุนซือเปแอสเชในปี 2023 โดยเปิดโอกาสให้แบ็กขวาชาวโมร็อกโกเติมเกมรุกได้อย่างอิสระมากขึ้น

ด้วยความเร็ว ความคล่องตัว และความสามารถในการเล่นเกมรุก ทำให้ฮาคิมี่สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลโลก

นับตั้งแต่ร่วมงานกับเอ็นริเก้ ฮาคิมี่ลงสนามให้เปแอสเชไปแล้ว 221 นัด ทำได้ 31 ประตู และ 47 แอสซิสต์ พร้อมมีส่วนช่วยสโมสรคว้าแชมป์รวม 14 รายการ รวมถึงแชมป์ลีกเอิง 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย

บทสรุป

คำเปิดใจของฮาคิมี่ไม่ได้เป็นการโจมตีเมสซี่เป็นการส่วนตัว แต่สะท้อนให้เห็นว่าการมีซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอยู่ในทีมอาจส่งผลต่อบทบาทของนักเตะคนอื่นได้มากเพียงใด

สำหรับฮาคิมี่ การได้เล่นในระบบที่เปิดโอกาสให้แสดงจุดเด่นด้านเกมรุก คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขากลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม และก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กระดับแนวหน้าของโลกในปัจจุบัน

By boban9